
“แม้ว่าปริมาณการส่งออกจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ปัจจุบันการผลิตเหล็กก็ลดลงจากปีที่แล้วเช่นกัน
ดังนั้นจึงไม่ได้มีแรงกดดันด้านอุปทานมากนัก ทั้งในตลาดส่งออกเหล็กและตลาดเหล็กภายในประเทศ ซึ่งช่วยสนับสนุนราคาเหล็กที่กำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นในขณะนี้” ผู้ค้ารายหนึ่งกล่าว
ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศจีน (China Iron and Steel Association : CISA) ระบุว่า ปริมาณการผลิตเฉลี่ยรายวันของเหล็กพิกไออน (Pig Iron) และเหล็กดิบ (Crude Steel) ของโรงงานที่เป็นสมาชิก CISA ในช่วงวันที่ 21–30 เมษายน อยู่ที่ 1.85 ล้านตัน และ 2.036 ล้านตัน ตามลำดับ ลดลงประมาณ 5.6% และ 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ปริมาณสินค้าเหล็กสำเร็จรูป (finished steel) คงคลังของโรงงาน และในตลาดสปอตหลักที่ทาง CISA ติดตาม ณ วันที่ 30 เมษายน อยู่ที่ 25.65 ล้านตัน ลดลง 8.3% จากสิ้นเดือนมีนาคม แต่ยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.3%
แหล่งข่าวจากโรงงานเหล็กระบุว่า แม้อุปสงค์ภายในประเทศโดยรวมยังคงซบเซา แต่ราคาเหล็กกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่การผลิตเหล็กยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การส่งออกเหล็กยังอยู่ในระดับค่อนข้างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกบางรายกล่าวว่า การปรับขึ้นของราคาเหล็กในช่วงล่าสุด ได้เริ่มส่งผลให้คำสั่งซื้อในการส่งออกสำหรับการส่งมอบในเดือนมิถุนายนชะลอตัวลงแล้ว
Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน (Hot Rolled Coil: HRC) และเหล็กเส้น (Rebar) ที่ตลาดภายในประเทศจีน ณ วันที่ 11 พฤษภาคม ราคาอยู่ที่ 3,520 หยวนต่อตัน (518 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน) และ 3,330 หยวนต่อตัน ตามลำดับ โดยทั้งสองรายการเพิ่มขึ้น 7% จากวันที่ 15 เมษายน
ขณะเดียวกัน Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) เกรด SS400 และเหล็กเส้น (Rebar) เกรด BS500B ณ วันที่ 11 พฤษภาคม มีราคาที่ 506 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB จีน และ 505 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB จีน ราคาเพิ่มขึ้น 5% และ 4% ตามลำดับ จากวันที่ 15 เมษายน